แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ศาสนาบรรพกาล แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ศาสนาบรรพกาล แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ศาสนาอียิปต์ วิวัฒนาการและการปฎิรูปศาสนาเทพ


ศาสนาในอียิปต์โบราณ เกิดก่อนคริสตศักราชประมาณ 3,000 ปี ยั่งยืนมาจนถึง ค.ศ. 391 เป็นศาสนาประเภทพหุเทวนิยม คือ นับถือเทพเจ้าหลายองค์ เท่าที่รวบรวมได้มีเทพเจ้าถึง 30-40 องค์   (แต่บางข้อมูลบอกว่า จริงๆแล้วเทพเจ้าของชาวอียิปต์โบราณ ถ้าองค์หลักๆก็หลักร้อยองค์  ถ้านับเป็นองค์ย่อยๆ พวก Demons หรือ Demi-Gods ในคัมภีร์ต่างๆด้วยก็ร่วมหลักพันองค์)

ศาสนาบรรพกาล (Primitive religion)

นักวิชาการศาสนาส่วนมาก นิยมจัดให้ศาสนาและความเชื่อทั้งหลายในยุคก่อนประวัติศาสตร์อยู่ในกลุ่มของศาสนาบรรพกาล (Primitive religion) ซึ่งหมายถึงศาสนาที่ยังไม่ได้รับการพัฒนาทางความคิด  ยังหลงยึดติดในเรื่องของไสยศาสตร์และโชคลาง ปัจจุบันศาสนาดั้งเดิมนี้ยังคงหลงเหลืออยู่บ้างในชนเผ่าที่ล้าหลังทางวัฒนธรรม เช่น ศาสนาของชาวอเมริกันอินเดียน ศาสนาของชาวพื้นเมืองในออสเตรเลีย และศาสนาของชาวพื้นเมืองแอฟริกัน เป็นต้น ศาสนาบรรพกาลนี้มีลักษณะดังนี้

ศาสนาชาติพันธุ์

ศาสนาชาติพันธุ์  หรือ Ethnic religion  หมายถึงประเภทของศาสนาที่ได้รับการยึดถือโดยชาติพันธุ์หนึ่งๆ  โดยคนในชาติพันธุ์นั้นยอมรับว่า ศาสนาดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมของชาติพันธุ์ของตน  เป็นสัญญลักษณ์ของชาติพันธุ์ของตน  และสมาชิกของชาติพันธุ์นั้นส่วนใหญ่ก็ยึดถือปฏิบัติในศาสนาดังกล่าว  

การเป็นกลุ่มชาติพันธุ์เดียว มักจะต้องหมายถึงการผสมรวมกันทั้ง เชื้อชาติหรือเชื้อสาย  (ซึ่งย่อมหมายถึงลักษณะทางหน้าตาร่างกายและผิวพรรณด้วย)  ภาษา   และวัฒนธรรม   ซึ่งในวัฒนธรรมนี้บ่อยครั้งที่รวมถึงศาสนาหรือความเชื่อเชิงศาสนาเข้าไปด้วย

วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ปู่แสะย่าแสะ และประเพณีเลี้ยงดง...เชียงใหม่

ตำนานเชียงใหม่ปางเดิม ของสถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ บันทึกความเป็นมาของพิธีเลี้ยงดงเอาไว้ว่า ในอดีตย่านนี้เป็นบ้านเมืองของชาวลัวะ ชื่อว่า “บุรพนคร” ตั้งอยู่ระหว่างแม่น้ำปิงและดอยอ้อยช้าง (อุจฉุคีรี) อยู่มาวันหนึ่งชาวเมืองได้รับความเดือดร้อนจากยักษ์พ่อแม่ลูก 3 ตน ที่มาจับชาวเมืองไปกินทุกวัน จนชาวเมืองต้องพากันอพยพหลบหนีไปอยู่ที่อื่น

ตำนานบอกต่อว่า องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงรับรู้ด้วยพระสัมมาสัมโพธิญาณ เห็นความเดือดร้อนของชาวเมืองบุรพนคร พระองค์พร้อมด้วยเหล่าสาวกจึงเสด็จมาประทับที่ดอยใต้ ได้มีชาวลัวะ 4 คน เข้าเฝ้าด้วยความเลื่อมใสถวายอาหารที่นำติดตัวมา