แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ศาสนาและวัฒนธรรม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ศาสนาและวัฒนธรรม แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2555

มานุษยวิทยาศาสนา (Anthropology of religion)

หนังสือบางเล่มที่เกี่ยวกับมานุษยวิทยาศาสนา
ปัจจุบันมีมหาวิทยาลัยหลายแห่งเปิดหลักสูตรวิชามานุษยวิทยาศาสนา ได้แก่ มหาวิทยาลัยดรูว์ ,พริ้นซ์ตัน, ไรซ์, แคลิฟอร์เนีย ณ เบิร์กลีย์, และ มิชิแกน ในแต่ละแห่งจะมีนักมานุษยวิทยาที่ทำวิจัยในประเด็นศาสนาอย่างจริงจังประมาณ 1-2 คน แต่ในมหาวิทยาลัยอื่นๆ การศึกษามานุษยวิทยาศาสนาอาจปรากฏอยู่ในสาขาวิชาศาสนศึกษา เช่น ที่มหาวิทยาลัยอินเดียน่า, ชิคาโก, ฮาร์วาร์ด และ แคลิฟอร์เนีย ณ ซานตา บาร์บาร่า นอกจากนั้น มอร์ตัน คลาส, เจมส์ พีค็อค และนักมานุษยวิทยาอีกหลายคนเคยมาประชุมหารือร่วมกัน และช่วยกันจัดตั้งกลุ่มมานุษยวิทยาศาสนาขึ้นภายในสมาคมมานุษยวิทยาแห่งอเมริกัน สิ่งพิมพ์เกี่ยวกับมานุษยวิทยาศาสนาจึงมีเพิ่มขึ้น และในขณะที่มีการนำงานเขียนเก่าๆออกมาตีพิมพ์ใหม่ นักมานุษยวิทยาหลายคนก็เริ่มคิดถึงกรอบความคิดทฤษฎีใหม่ๆที่จะใช้ศึกษาศาสนาด้วย ในขณะที่ยังไม่มีวารสารเฉพาะของมานุษยวิทยาศาสนา แต่ก็มีวารสารอื่นๆที่นำเรื่องศาสนามาเป็นประเด็นสำคัญ

อะไรคือมานุษยวิทยาศาสนา?

วันอังคารที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ทำไมชายไทยจึงเป็นแชมป์โลกเรื่อง "เจ้าชู้"

มีข่าวเมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ.2555 รายงานผลสำรวจที่จัดทำโดย บริษัท ดูเร็กซ์ ผู้ผลิตถุงยางอนามัย ระบุว่า  ชายไทยนอกใจคู่รักมากที่สุดในโลก   ขณะที่หญิงไทยไม่น้อยหน้า ซิวที่2 ว่าโกหก-นอกใจคู่รักมากที่สุด

และไม่ใช่เพียง "นอกใจ" เท่านั้น ชายไทยก็ยังได้ชื่อเสียงว่ามี "มีเมียน้อย" กันโดยทั่วไปจนเป็นเรื่องธรรมดาอีกด้วย

ถือเป็นเรื่องน่าทึ่งมาก ที่ประเทศใดประเทศหนึ่งจะได้แชมป์ในเรื่องทำนองนี้ได้  โดยเฉพาะเป็นประเทศที่มีภาพว่าเคร่งศาสนาและมีวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม   ทำให้พาลนึกไปว่า ขนาดว่าเคร่งในศาสนาและวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม ยังได้แชมป์เรื่องนี้  นี่ถ้าไม่เคร่งนี่จะขนาดไหน?

วันศุกร์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2555

วัฒนธรรมไทยในสายตาคนสองวัฒนธรรม อย่าง คริส ดีลิเวอรี่


คริสโตเฟอร์ ไรท์ เจ้าของโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษ นักแสดง และผู้ดำเนินรายการวิทยุ ชื่อดัง ถูกเชิญไปบรรยายพิเศษเรื่อง "คน (เมือง) นอก มองไทยพร้อมแค่ไหนสู่ ASEAN" ในโครงการอบรมผู้นำนักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดล หรือ MU Leadership จากการที่เขามองจากมุมมองของคนสองวัฒนธรรม ทั้งไทยทั้งฝรั่ง จึงสามารถช่วยสะท้อนให้เราคนไทยได้คิด มีเนื้อหาที่น่าสนใจหลายประเด็น จึงขอสรุปและนำมาเสนอต่อดังนี้...

คุณครูคริสโตเฟอร์ ไรท์ บอกว่า คนไทยเรามีบางวัฒนธรรม ที่อาจทำให้การฝึกฝนภาษาอังกฤษเพื่อสื่อสารกับชาวต่างชาติของไทยไม่สำเร็จหรือเป็นผลสำเร็จช้า รวมทั้งทำให้การทำอะไรก็ไม่ค่อยประสบความสำเร็จไปด้วย นั่นคือ

วันศุกร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2555

เทวทาสี กับโสเภณีศักดิ์สิทธิ์


 เทวทาสี ถ้าจะเรียกในภาษาทั่วไปในปัจจุบันก็อาจเรียกว่า โสเภณีทางศาสนา (religious prostitute) หรือบางทีก็เรียกโสเภณีศักดิ์สิทธิ์ (sacred prostitute)  

พระคัมภีร์ไบเบิลภาคพันธสัญญาเดิมกล่าวถึง "เทวทาส" และ "เทวทาสี" ไว้อย่างนี้ว่า

"..ผู้หญิงชาวอิสราเอลนั้น อย่าให้คนหนึ่งคนใดเป็นเทวทาสี  อย่าให้บุตรชายอิสราเอลคนหนึ่งคนใดเป็นเทวทาส  ท่านอย่านำค่าจ้างของเทวทาสี หรือค่าจ้างจากหมา มาในวิหารของพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่าน เป็นเงินแก้บนอย่างหนึ่งอย่างใด   เพราะสิ่งทั้งสองนี้ เป็นสิ่งพึงรังเกียจแด่พระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่าน"  
(เฉลยธรรมบัญญัติ 23:17-18) 

คำว่า เทวทาส และ เทวทาสี หรือจะเรียกว่า ทาสของเทพเจ้าที่่มีทั้งชายหรือหญิง ก็ได้ หมายถึง ชายหรือหญิงผู้ให้การร่วมประเวณีในพิธีศาสนาแก่ผู้มาทำพิธีบวงสรวงเทพเจ้า   แต่ส่วนใหญ่ที่เป็นหญิงจะมีมากกว่า

ทัศนะของคริสเตียนต่อประเพณีการไหว้บรรพบุรุษของชาวจีนแคะในไต้หวัน

(เขียนโดย โจเอล นอร์ดเวดท์   และผู้แปล ดร. ศิลป์ชัย เชาว์เจริญรัตน์   จากหนังสือ "คริสตชนบนวิถีไทย"  โดย ดร. ศิลป์ชัย เชาว์เจริญรัตน์ สำนักพิมพ์ ซีอีดี) 

ประเพณีการไหว้บรรพบุรุษของคนจีนเป็นอุปสรรคใหญ่ที่สุดอันหนึ่งในการประกาศพระกิตติคุณในไต้หวันมาโดยตลอด จากการศึกษาของผู้เขียนเกี่ยวกับคนจีนแคะได้ให้ความเชื่อมั่นมากขึ้นเรื่อยๆ ว่า คริสเตียนเราจำเป็นต้องมีการประเมินท่าทีทัศนคติและคำสอนเรื่องการไหว้บรรพบุรุษของคนจีนเสียใหม่ ผู้เขียนเขียนบทความนี้จากประสบการณ์และการติดต่อกับชาวจีนแคะด้วยตนเอง ความคิดที่ผู้เขียนจะนำเสนอต่อไปนี้ไม่ว่าจะถูกนำไปประยุกต์ใช้อย่างกว้างขวางเพียงใดก็ตาม ก็ควรได้รับการตัดสินจากท่านผู้อ่านด้วยประสบการณ์ที่กว้างขวางออกไป

สถานการณ์คริสเตียนในสหรัฐ : สงครามวัฒนธรรม

โดย ดร.ทวีวัฒน์ ปุณฑริกวิวัฒน์
อาจารย์ประจำภาควิชามนุษยศาสตร์
คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
***

สหรัฐอเมริกาปัจจุบันกำลังเผชิญกับสิ่งที่เรียกว่า "สงครามวัฒนธรรม" (Culture Wars) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงโลกทัศน์ 2 แบบที่กำลังต่อสู้กันอยู่ ความขัดแย้งระหว่างโลกทัศน์ที่แตกต่างทั้งสองนี้ กำลังส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อสังคมอเมริกันทั้งมวล  ลองพิจารณาดูจากเรื่องต่อไปนี้

เรื่องที่หนึ่ง แพต โรเบิร์ตสัน (Pat Robertson) นักเทศน์ที่มีชื่อเสียงทางสื่อ ซึ่งเป็นชาวคริสต์อนุรักษนิยม(Conservative Christian) และเป็นผู้นำศาสนาฝ่ายขวาสังกัดพรรครีพับลิกัน ได้กล่าวโจมตีพวกเสรีนิยม(liberals) ซึ่งเชื่อในทฤษฎีวิวัฒนาการ(Evolution Theory) และการแยกรัฐกับศาสนา ว่าเป็นภัยคุกคามต่อสหรัฐอเมริกายิ่งกว่าผู้ก่อการร้ายในเหตุการณ์ 11 กันยายน สงครามเย็น(กับอดีตสหภาพโซเวียต) และสงครามกลางเมืองเสียอีก

วันพฤหัสบดีที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

คนมีระดับสติปัญญาสูงมีความคิด เชื่อถือว่ามี "พระเจ้า" จริงน้อยลง

ผลจากการศึกษาทำให้ได้รู้ว่า ผู้ซึ่งมีระดับสติปัญญายิ่งสูง กลับยิ่งมีความเชื่อถือเรื่องการมีพระเจ้าน้อยลง เนื่องจากเป็นคนค่อนข้างจะขี้สงสัย

คณะนักวิจัยมหาวิทยาลัยอัลสเตอร์แห่งไอร์แลนด์ ได้ค้นพบความเกี่ยวพันระหว่างระดับเชาวน์ปัญญากับความเชื่อว่าพระเจ้ามีจริง ว่า บุคคลในวงการวิชาการมักจะไม่ค่อยเชื่อในพระเจ้ามากยิ่งกว่าใครๆ "ผมเชื่อว่าเหตุที่นักวิชาการที่เชื่อในเรื่องของพระเจ้ามีน้อยคนยิ่งกว่าคน ทั่วไปลง ก็คงเนื่องมาจากระดับเชาวน์ปัญญานั่นเอง นักวิชาการจะมีระดับสติปัญญาสูงกว่าพลเมืองทั่วไป"

หนังสือพิมพ์รายวัน "เดอะ เดลี เทเลกราฟ" ชื่อดังของอังกฤษ อ้างว่า ศาสตราจารย์ริชาร์ด ลินน์ หัวหน้าคณะนักวิจัยกล่าวว่า "การสำรวจของแกลลัปเกี่ยวกับประชากรทั่วไป แสดงให้เห็นหลายหนว่าผู้ที่มีระดับสติปัญญาสูงๆ มักจะไม่ค่อยเชื่อถือในเรื่องการมีพระเจ้า" เขาอ้างว่า ได้ลงความเห็นเอาจากผลการสำรวจของราชสมาคม ซึ่งได้ผลว่า มีนักวิชาการเพียงร้อยละ 3.3 ที่เชื่อเรื่องการมีพระเจ้า ในขณะที่คนอังกฤษทั่วไป มากถึงร้อยละ 68.5 ยอมรับตนเองว่าเป็น "ผู้มีศรัทธา"

อาจารย์ลินน์รายงานต่อไปว่า พวกเด็กนักเรียนอังกฤษชั้นประถมเกือบทุกคน เชื่อในการมีพระเจ้า แต่พอย่างเข้าวัยรุ่นและมีระดับสติปัญญาเพิ่มขึ้น พวกเขาจำนวนมากชักจะรู้สึกเคลือบแคลง และกล่าวว่า "ในชาติที่กำลังพัฒนาทั่วทั้ง 137 ชาติ ในยุคศตวรรษที่ 20 ก็ได้คลายความเชื่อมั่นในศาสนาลง ในยุคที่ผู้คนมีสติปัญญายิ่งขึ้น"

อย่างไรก็ตาม บรรดานักวิจารณ์ต่างพากัน แสดงความเห็นตอบโต้อย่างรุนแรง โดยเฉพาะศาสตราจารย์กอร์ดอน ลินช์ วิทยาลัยเบิร์กเบค ที่กรุงลอนดอน ลั่นว่า "การคิดเอาความเชื่อในศาสนากับสติปัญญามาเกี่ยวโยงแบบนี้ สะท้อนให้เห็นการมีแนวความคิดที่เป็นอันตราย โดยที่คิดเอาง่ายๆ เอาศาสนาไปเข้าเป็นพวกของโบราณ".

ที่มา:ไทยรัฐ