แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ศาสนศาสตร์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ศาสนศาสตร์ แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2558

แก่นและกระพี้แห่งศรัทธา

ผู้เขียนได้เคยได้อ่านพบข้อความหนึ่งว่า "...หากพระเยซูทรงถูกประหารเมื่อยี่สิบปีก่อน ทุกวันนี้เราคงได้เห็นชาวคริสต์ห้อยเก้าอี้ไฟฟ้า แทนห้อยไม้กางเขน..." ผู้กล่าวคำนี้เป็นนักเขียนตะวันตกคนหนึ่ง 

วันศุกร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2555

สถานการณ์คริสเตียนในสหรัฐ : สงครามวัฒนธรรม

โดย ดร.ทวีวัฒน์ ปุณฑริกวิวัฒน์
อาจารย์ประจำภาควิชามนุษยศาสตร์
คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
***

สหรัฐอเมริกาปัจจุบันกำลังเผชิญกับสิ่งที่เรียกว่า "สงครามวัฒนธรรม" (Culture Wars) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงโลกทัศน์ 2 แบบที่กำลังต่อสู้กันอยู่ ความขัดแย้งระหว่างโลกทัศน์ที่แตกต่างทั้งสองนี้ กำลังส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อสังคมอเมริกันทั้งมวล  ลองพิจารณาดูจากเรื่องต่อไปนี้

เรื่องที่หนึ่ง แพต โรเบิร์ตสัน (Pat Robertson) นักเทศน์ที่มีชื่อเสียงทางสื่อ ซึ่งเป็นชาวคริสต์อนุรักษนิยม(Conservative Christian) และเป็นผู้นำศาสนาฝ่ายขวาสังกัดพรรครีพับลิกัน ได้กล่าวโจมตีพวกเสรีนิยม(liberals) ซึ่งเชื่อในทฤษฎีวิวัฒนาการ(Evolution Theory) และการแยกรัฐกับศาสนา ว่าเป็นภัยคุกคามต่อสหรัฐอเมริกายิ่งกว่าผู้ก่อการร้ายในเหตุการณ์ 11 กันยายน สงครามเย็น(กับอดีตสหภาพโซเวียต) และสงครามกลางเมืองเสียอีก

เรื่องเล่าในพระคัมภีร์เบญจบรรณ มีความจริงทางประวัติศาสตร์เพียงไร ตามการตีความของคาทอลิก

(บทความนี้เขียนโดยนักวิชาการคาทอลิกเพื่ออธิบายวิธีการตีความหมายพระธรรม 5 เล่มแรกของพระคัมภีร์   ซึ่งก็จะเป็นการสะท้อนว่า  ในการตีความหมายของคาทอลิก  ถือว่าเรื่องเล่าในหนังสือปัญจบรรพ (หรือเบญจบรรณ)  มีความจริงทางประวัติศาสตร์มากน้อยเพียงไร?)  ....   

หนังสือเบญจบรรณ หรือปัญจบรรพ  หมายถึงหนังสือ 5 เล่มแรกของพระคัมภีร์ไบเบิล ซึ่งมักเชื่อกันว่าผู้เขียนคือท่านโมเสส    ก่อนจะตอบคำถามที่ว่า เรื่องเล่าในหนังสือปัญจบรรพ (หรือเบญจบรรณ) มีความจริงทางประวัติศาสตร์มากน้อยเพียงไร?   เราต้องมาทำความเข้าใจเรืองความเป็นมาของการเรียบเรียงหนังสือปัญจบรรพเสียก่อน จึงจะตีความหมายได้อย่างถูกต้อง

วันพฤหัสบดีที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

สมาธิแบบคริสต์


คุณพ่อลอเรนส์ ฟรีแมน (Fr.Laurence Freeman, OSB) นักบวชคณะเบเนดิกติน เป็นผู้อำนวยการของสถาบัน The World Community for Christian Meditation (WCCM) ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นศูนย์นานาชาติของการนั่งสมาธิแบบคริสต์ที่ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1991 และได้เผยแพร่การนั่งสมาธิแบบคริสต์ไปทั่วโลกกว่า 100 ประเทศแล้วในปัจจุบัน

ปัจจัยที่สำคัญของการนั่งสมาธิ ภาวนาคือ ความเงียบ การเข้าสู่ความสันติที่เต็มเปี่ยมด้วยความยินดี ละวางความเศร้าโศก ความโกรธ ความกลัว สิ่งรบกวนภายนอก เคลื่อนสู่ความสงบสันติอย่างรู้ตัว เป็นการปฏิบัติอย่างง่ายๆ เพื่อพบกับพระเยซูเจ้า โดยใช้มันตราคำสั้นๆ เช่น "มา-รา-นา-ธา" เป็นคำท่องซ้ำๆ ช้าๆ เข้ากับจังหวะการหายใจเข้าออก เพื่อช่วยให้เรามีสมาธิได้ต่อเนื่อง คำนี้เป็นภาษาอาราเมอิก มีความหมายว่า "โปรดเสด็จมาเถิดพระเจ้าข้า โปรดเสด็จมาพระเยซูเจ้า" ผลจากการทำสมาธินี้เสมอๆ ทำให้เราสนิทกับพระเจ้ามีคำตอบในชีวิต ความสงบทำให้เรารู้จักทั้งตัวเราเองและพระเจ้า รู้ว่าความรุนแรง นำมาซึ่งบาป และเราจะหลุดพ้นจากมันได้อย่างไร

วันพุธที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

ศาสนจักรคาทอลิกไม่ขวางความเชื่อ "เอเลียน" มีจริง

ศาสนจักรคาทอลิกไม่ขวางความเชื่อ "เอเลียน" มีจริง เพราะพระเจ้าสร้างจักรวาล

เอพี/เอเยนซี - นักดาราศาสตร์แห่งสำนักวาติกันเชื่อเรื่อง "เอเลียน" ไม่ขัดแย้งกับศาสนา เพราะ "พระเจ้า" สร้างจักรวาล เหมือนกับที่นักวิทยาศาสตร์ทั้งหลายทั้งมวลเชื่อว่า "บิกแบง" เป็นจุดเริ่มต้นของจักรวาล พร้อมเผยวิทย์และคริสต์ไปด้วยกันได้ ถ้านักวิทยาศาสตร์ศึกษาไบเบิลลึกซึ้งยิ่งขึ้น และนักบวชตามทันโลกวิทยาการมากขึ้น

สาธุคุณโฮเซ กาเบรียล ฟูเนส (Rev. Jose Gabriel Funes) ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนจากหนังสือพิมพ์ลอสเซอร์วาโตเร โรมาโน (L'Osservatore Romano) ของวาติกัน และลงบทสัมภาษณ์ในหนังสือพิมพ์ฉบับวันที่ 13 พ.ค. 2551 ซึ่งพาดหัวว่า "มนุษย์ต่างดาว พี่น้องของพวกเรา" (The extraterrestrial is my brother) โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับการมีอยู่ของสิ่งมีชีวิตต่างดาว และเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกและวิทยาศาสตร์

สาธุ คุณฟูเนส ผู้เป็นที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์ของพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16 (Pope Benedict XVI) และดำรงตำแหน่ง ผอ.หอดูดาววาติกัน (Vatican Observatory) ซึ่งอยู่นอกกรุงโรม ประเทศอิตาลี ท่านเป็นผู้หนึ่งที่เชื่อว่าจะต้องมีมนุษย์ต่างดาวอยู่นอกพิภพอย่างแน่นอน และบางทีอาจมีวิวัฒนาการที่ก้าวไกลกว่ามนุษย์โลกด้วยซ้ำ

"ฉันเชื่อว่าเป็นไปได้ที่จะมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่บนดาวดวงอื่น เพราะยังมีดาวเคราะห์อีกมากมายที่เป็นหนึ่งในสมาชิกของกาแลกซีอีกจำนวนมากใน จักรวาลที่พวกเขาเหล่านั้นอาศัยอยู่ได้" พระนักดาราศาสตร์วัย 45 ปีเผย

" พวกเราจะปฏิเสธการที่สิ่งมีชีวิตอาจกำลังมีวิวัฒนาการอยู่ที่ไหนสักแห่งได้ อย่างไรกัน? หากพิจารณาสิ่งมีชีวิตบนโลกของเราก็ล้วนเกี่ยวข้องเป็นพี่น้องกันทั้งนั้น ทำไมพวกเราไม่พูดถึงมนุษย์ต่างดาวว่าเป็นพี่น้องของพวกเรา (extraterrestrial brothers) บ้างล่ะ? เพราะเขาก็เป็นส่วนหนึ่งของสรรพสิ่งต่างๆ" คำให้สัมภาษณ์ของนักบวชนักวิทย์

ท่านสาธุคุณยังบอกอีกว่า โลก ของเรายังมีสิ่งมีชีวิตหลากชนิดได้เลย ฉะนั้นก็เป็นไปได้ที่จะมีสิ่งมีชีวิตต่างชนิดอยู่บนดาวดวงอื่น และอาจเป็นสิ่งมีชีวิตฉลาดล้ำที่ถูกรังสรรค์ขึ้นโดยพระเจ้า ซึ่งเราก็ไม่อาจยึดถือกับข้อจำกัดของความอิสระในการสร้างสรรค์ของพระเจ้าได้

เป็น ไปได้อย่างไรที่นักบวชโรมันคาทอลิกผู้เคร่งในพระคริสต์ธรรมมีความเห็นเป็นไป ในทางเดียวกับนักวิทยาศาสตร์ส่วนมาก ที่เชื่อกันว่ายังมีสิ่งมีชีวิตอยู่บนดาวดวงอื่นในจักรวาล เพราะตั้งแต่อดีตมาแล้วที่นักวิทยาศาสตร์มักถูกมองว่าเป็นพวกนอกรีตและถูก ต่อต้านจากคริสตจักร เช่นกรณีของ กาลิเลโอ (Galileo) ที่ค้นพบตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 ว่าโลกกลมและโคจรรอบดวงอาทิตย์ แต่นักบวชแห่งโรมันคาทอลิกเพิ่งยอมรับเขาเมื่อปี 2535 นี้เอง และยังมีกรณีความขัดแย้งของทฤษฎีพระเจ้าสร้าง (creationism) กับทฤษฎีวิวัฒนาการ (evolution) ที่บัดนี้ก็ยังไม่มีข้อยุติ

สาธุคุณฟูเนสกล่าวว่า การ เชื่อว่ามีเอเลียนดำรงอยู่บนดาวดวงอื่นนั้นไม่ขัดกับความศรัทธาที่มีต่อพระ เจ้าเลยแม้แต่น้อย เพราะพระเจ้าคือผู้สร้าง และเป็นผู้สร้างแห่งจักรวาล ซึ่งก็เหมือนกับที่นักวิทยาศาสตร์ส่วนมากอธิบายว่าจักรวาลเริ่มต้นขึ้นจากปรากฏการณ์บิกแบงตั้งแต่เมื่อหลายพันล้านปีมาแล้ว

" ฉันเชื่อมาเสมอว่าพระเจ้าเป็นผู้สร้างจักรวาล และพวกเราก็ไม่ได้เป็นแค่สิ่งของที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างเรื่อยเปื่อย ไม่มีจุดประสงค์ แต่เป็นเด็กน้อยที่มีพ่อผู้แสนดีและมีจิตใจรักเราอย่างเต็มเปี่ยม" สาธุคุณฟูเนสกล่าว และยังบอกด้วยว่า การสนทนากันระหว่างความศรัทธาและวิทยาศาสตร์สามารถปรับเข้าหากันและให้เป็นไปในทางเดียวกันได้ ถ้านักวิทยาศาสตร์ศึกษาพระคัมภีร์ไบเบิลให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ส่วนนักบวชก็ต้องก้าวตามให้ทันโลกวิทยาศาสตร์ที่หมุนไปข้างหน้า
ที่มา :ผู้จัดการ